วันพุธที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2553

วิชา 310101เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

          เริ่มแรกจากการเข้าเรียนวิชา ICT เนี่ย ไม่เข้าใจเลยสักกะนิดเดียว
เพราะมาคาบแรกก็ไม่ได้เรียนอะไรเลย งงมาก พอมาคาบสองก็เปลี่ยนเซกเรียน
งงไปใหญ่ สักพักก็พอปรับตัวได้ บรรยากาศภายในห้องที่มีแต่เพื่อนๆในเอกนั้น
รู้สึกดีมาก เพราะทำให้ฉันอยากเรียนมากยิ่งขึ้น เพราะเวลาพูดคุยอะไรไป
ก็เข้าใจกันดี ยิ่งตอนอาจารย์สอนสนุกมาก เพราะมีการให้ทำกิจกรรมในห้อง
มีการตอบคำถาม ทำให้ไม่เบื่อและเป็นการกระตุ้นให้สนใจอีกด้วย
ยิ่งตอนนี้มีการสั่งให้ทำบล็อกของตัวเอง พอได้ลองทำมันดูสนุกและตื่นเต้น
ทำให้การเรียนคอมไม่น่าเบื่ออีกต่อไป!!!







เรื่องการเปรียบเทียบซอฟต์แวร์ www.kuispciety.net และ www.facebook.com



KuiSociety หรือชื่อในภาษาไทยว่า “โปรแกรมเครือข่ายสังคมคุย” คือ ซอฟต์แวร์ที่ช่วยสร้างสังคมออนไลน์ของผู้ใช้โปรแกรม Kui (ได้แก่ Kuisci,Kuipoll,Kuiherb) สามารถเข้าใช้งานได้จาก http://kui.most.go.th/ หรือ www.kuisociety.net โดยสามารถใช้งานร่วมกันกับ KuiPoll และ Kuisci ได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในบริการของศูนย์ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STKC) ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยโปรแกรมจะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางของผู้ใช้โปรแกรม Kui สำหรับแบ่งปันความรู้ ตั้งกระทู้ สร้างบทเรียน เขียนข่าว เล่าความในใจ เพื่อให้เกิดมิตรภาพระหว่างผู้ใช้งานโปรแกรมเครือข่ายสังคมคุยภายแนวคิดใต้สังคมอุดมปัญญาออนไลน์ เพื่อนำพาให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ ๆ จากการแลกเปลี่ยนความรู้ในด้านต่าง ๆ และประสบการณ์ซึ่งกันและกันของผู้ใช้สังคมคุย





Facebook(เฟสบุ๊ค) คือ บริการบนอินเทอร์เน็ตบริการหนึ่ง ที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถติดต่อสื่อสารและร่วมทำกิจกรรมใดกิจกรรม หนึ่งหรือหลายๆ กิจกรรมกับผู้ใช้ Facebook คนอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งประเด็นถามตอบในเรื่องที่สนใจ, โพสต์รูปภาพ , โพสต์คลิปวิดีโอ, เขียนบทความหรือบล็อก, แชทคุยกันแบบสดๆ , เล่นเกมส์แบบเป็นกลุ่ม (เป็นที่นิยมกันอย่างมาก) และยังสามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ผ่านแอพลิเคชั่นเสริม (Applications) ที่มีอยู่อย่างมากมาย ซึ่งแอพลิเคชั่นดังกล่าวได้ถูกพัฒนาเข้ามาเพิ่ม เติมอยู่เรื่อยๆจนเรียกได้ว่าเลือกใช้กันทั้งปีก็ไม่หมด ที่น่าสนใจที่สุดก็คือ Facebook ยังเปิดโอกาสให้เราได้พบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆ ทั้งเพื่อนซี้ เพื่อนเก่าก๊วนรัก เพื่อนร่วมชั้นเรียน เพื่อนร่วมชมรม เพื่อนของเพื่อนของเพื่อน เพื่อนเราคนบ้านเดียวกัน

วันสบายๆ^^

        


       ในวันว่างๆของฉันก็ไม่ค่อยมีอะไรมากมายนัก
เพราะเวลาส่วนมากจะหมดไปกับการนอน (เหอะๆ)
แต่บางครั้งก็มี การเช่าการ์ตูนมาอ่าน การ์ตูนพวกญี่ปุ่น
หรือของสำนักพิมพ์แจ่มใส เล่นเกมส์ในคอมบ้าง
หรือเล่นเกมส์ใน facebook บ้าง เปิด MSN คุยกับเพื่อนตอนเหงาๆ
นั่งฟังเพลงไปด้วย และจะปิดท้ายด้วยของกินเสมอ
แต่ถ้าวันไนว่างจัดจริงๆก็ไปเดินหาดบ้างเพื่อเป็นการผ่อนคลาย
แต่วันศุกร์มีไปเดิน ถนนคนเดิน เพื่อไปหาของกิน(ที่สุดแล้วก็ไม่พ้นเรื่องกิน)
ดูหนัง ดูซีรีย์เกาหลีน้ำตาไหลพราก
ร้องคาราโอเกะบ้างเป็นครั้งคราว (ยามมีตัง) 
แล้วถ้ามีเวลาตรงกับเพื่อนก็จะขี่รถตะลุยหาร้านอร่อยๆ
กินกัน ส่วนมากงานอดิเรกก็จะไม่พ้นของกิน เพราะถือคติเรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่ 5555
ชีวิตช่างดูไร้สาระนัก แต่เนี่ยแหละคืองานอดิเรกของฉัน

C.N.Blue

             หลังจากเปิดตัวด้วยกระแสแรงจากเพลง "I'm aloner" ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมือง
ครองใจสาวไทยกันไปอย่างล้นหลามกันแล้วนะคะ วันนี้เราเลยมีประวัติย่อยๆส่วนหนึ่งที่จะมานำเสนอ
ให้ทุกคนที่สนใจในศิลปินกลุ่มวงนี้กันคะ พวกเค้ามากันภายใต้ชื่อวงว่า C.N.Blue
จะช้าอยู่ทำไมไปรู้จักพวกเค้าพร้อมๆกันเลยดีกว่าคะ


C.N.BLUE [씨엔블루]

              ย่อมาจาก Code Name Blue ศิลปินใหม่จากค่าย FnC Music แนวเพลงของพวกเขาเป็นแนวร็อค อินดี้ แบบฉบับเพลงใต้ดินของญี่ปุ่น ซึ่งตอนนี้ได้ทำการเดบิวต์ที่ญี่ปุ่นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่19 สิงหาคม 2009 ประกอบไปด้วยสมาชิก4คน คือ จองยงฮวา(ร้องนำ) , ลีจงฮยอน(ร้องนำ&กีต้าร์) ,ลีจองชิน ( เบส ) และคังมินฮยอก(กลอง) แต่เดิมแล้วC.N.Blueมีสมาชิก5คน ซึ่งสมาชิกคนที่ห้าในตำแหน่งกีต้าร์คือซงซึงฮยอน ที่ตอนนี้ได้ไปเข้าร่วมวง FTIsland แทนวอนบินที่ออกไปเมื่อต้นปี


ยงฮวา

ชื่อ : Jung Yonghwa (정용화) จองยงฮวา ( ร้องนำ )

ชื่อญี่ปุ่น : ヨンファ
วันเกิด : 22/06/1989
ส่วนสูง : 180
กรุ๊ปเลือด : A
จงฮยอน


ชื่อ : Lee Jonghyun (이종현)ลีจงฮยอน ( ร้องนำ.กีต้าร์ )

ชื่อญี่ปุ่น : ジョンヒョン
วันเกิด : 15/05/1990
ส่วนสูง : 182
กรุ๊ปเลือด : O
มินฮยอก

ชื่อ : Kang Minhyuk (강민혁) คังมินฮยอก ( กลอง )

ชื่อญี่ปุ่น : ミンヒョク
วันเกิด : 28/06/1991
ส่วนสูง : 183
กรุ๊ปเลือด : A

จองชิน

ชื่อ : Lee Jungshin (이정신) ลีจองชิน ( เบส )

วันเกิด : 15/09/1991
ส่วนสูง : 186
กรุ๊ปเลือด : A

ความทรงจำในวันวาน!!

         ในที่สุดก็มีเวลาว่างเสียที ได้กลับบ้านแล้วหลังจากที่ไม่ได้กลับบ้านมานานนนมาก
เลยถือโอกาศนี้นัดเจอเพื่อนเก่าๆ(ตอนม.6)ออกมาสังสรรค์ให้หายคิดถึงกันหน่อย
แต่ก่อนที่จะไปสังสรรค์ก็นัดเจอก๊วนตัวแสบ เพื่อนสนิทนั่นเอง กอดคอกันไปดูหนัง
เรื่อง "สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก"ขอบอกว่าดูแล้วน่ารักมากกก ทำให้นึกถึงช่วงเวลาในตอนที่เรียน
มัธยมปลาย อารมณ์แบบว่าเออว่ะ แบบนี้เราก็เคยทำนะ ดารานักแสดงเล่นได้น่ารักเข้าบทบาทมาก
ดูแล้วอินตามไปสุดๆยิ่งเป็นตอนที่นางเอกทะเลาะกับเพื่อนนะ เรางี้ดูแล้วน้ำตาไหลเลยอ่ะ
แบบว่าโดนสุดๆ เพราะตอนนั้นกำลังทะเลาะกับเพื่อนอยู่ด้วย คิดถึงเพื่อนเลย แต่แบบเห็นหน้าเพื่อนนางเอก
ก็ไม่รุ้ว่าจะขำหรือจะซึ้งดี หลายๆตอนเป็นสิ่งที่น่าประทับใจ แบบอินเลย อยากดูอีกรอบมากๆ
พอดูแล้วก็กลับมานั่งนึกถึงช่วงเวลาเดิมๆ คนส่วนมากจะบอกว่า
"ช่วงมัธยมปลาย เป็นช่วงที่ดีที่สุด" ตอนแรกเราก็ไม่เชื่อหรอกนะ แต่ตนนี้รู้สึกว่า จริงๆแฮะ
ม.ปลายเราเนี่ยแหละเจ๋งสุดและ ทั้งสนุก ทั้งเศร้า ไปด้วยกัน
ทั้งยิ้มทั้งร้องไห้ไปด้วยกัน เราทำอะไรกันเป็นกลุ่ม เพื่อนมีน้ำใจมากก
คิดถึงวันเก่าๆแล้วรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วจังนะ เมื่อวานยังยิ้มกับเพื่อนสนิทอยู่เลย
วันนี้ไม่มีเพื่อนคนนั้นแล้ว >>>คิดถึงพวกแกมากเน้อ 
แต่เย็นวันนั้นก็ได้เจอเพื่อนเก่า ทุกคนดูเปลี่ยนไปมาก โตขึ้นเยอะ คุยเก่งขึ้น
มองย้อนดูตัวเอง ทำไมดูไม่โตขึ้นเลยว่ะ 555 ก็เฮฮากันไป
สุดท้ายก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
        ถ้ามีโอกาสอีกก็อยากเจอพวกเพื่อนๆนะ เจอทีรัยก็นึกถึงเรื่องเก่าๆ
ความทรงจำดีๆที่เคยมี และสนุกด้วยกัน ^^

30 ข้อคิดในการใช้ชีวิต

HALOOO!!! ทักทายทุกท่านที่เยี่ยมชมบล็อกนี้คะ

     ก่อนอื่นเลยนี่เป็นบทความแรกที่ฉลองการมีบล็อกครั้งแรกในชีวิต (อย่างเว่อออ)
เลยนำบทความน่ารักๆมาให้อ่านกันคะ
ซึ่งเป็นอีกมุมมองในการมองชีวิตให้ดีขึ้นนะคะ
เป็นวิธีที่น่ารัก เผื่อใครที่ตอนนี้กำลังผิดหวัง หรือ ท้อแท้
ลองนำวิธีเหล่านี้ไปใช้ดูนะคะ ได้ผลยังไงก็บอกกันด้วยนะคะ

==>1.อย่าทำลายความหวังของใคร เพราะเขาอาจเหลืออยู่แค่นั้น
==>2.เมื่อมีคนเล่าว่า เขามีส่วนในเหตุการณ์สำคัญอะไรก็ตาม เราไม่ต้องไปคุยทับ
          ปล่อยเขาฟุ้งไปตามสบาย

==>3.รู้จักฟังให้ดี โอกาสทองบางทีมันก็มาถึงแบบแว่บๆเหมือนกัน

==>4.หยุดอ่านคำอธิบายสถานที่ทางประวัติศาสตร์ซึ่งอยู่ตามริมทางเสียบ้าง

==>5.จะคิดการใดให้คิดการใหญ่ๆเข้าไว้ แต่เติมความสุขความสนุกสนานลงไปด้วยเล็กน้อย
==>6.หัดทำสิ่งดีๆให้คนอื่นจนเป็นนิสัย โดยไม่จำเป็นต้องให้เค้ารู้
==>7.จำไว้ว่าข่าวทุกชนิดถูกบิดเบือนมาแล้วทั้งนั้น
==>8.เวลาเล่นเกมส์กับวกเด็กๆก็ปล่อยให้แกชนะไปเถอะ
==>9.ใครวิจารณ์เรายังไงก็ช่างไม่ต้องไปตอบโต้
==>10.ให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่"สอง" แต่อย่าให้ถึง "สาม"
==>11.อย่าวิจารณ์นายจ้าง ถ้าทำงานกับเขาแล้วไม่มีความสุขก็ลาออกซะ
==>12.ทำตัวให้สบายยอย่าคิดมาก หากไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายแล้ว
            อะไรๆก็ไม่สำคัญอย่างที่คิดไว้ทีแรกหรอก
==>13.ใช้เวลาน้อยๆในการคิดว่า"ใคร"เป็นคนถูก แต่ให้ใช้เวลาให้มากว่า "อะไร" คือสิ่งที่ถูก
==>14.เราไม่ได้ต่อสู้กับ "คนโหดร้าย" แต่เราต่อสู้กับ "ความโหดร้าย"ในตัวคน
==>15.คิดให้รอบคอบก่อนที่จะให้เพื่อนมีภาระในการรักษาความลับ
==>16.เมื่อมีใครสวมกอดคุณ ให้เค้าเป็นฝ่ายปล่อยก่อน
==>17.ยอมที่จะแพ้ในสงครามย่อยๆเมื่อการแพ้ในจะทำให้เราชนะในสงครามใหญ่
==>18.เป็นคนถ่อมตน คนเขาทำอะไรสำเร็จมามากมายแล้วตั้งแต่เรายังไม่เกิด
==>19.ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ยากเย็นเพียงใด สุขุมเยือกเย็นเข้าไว้
==>20.อย่าไปหวังเลยว่าชีวิตนี้จะมีความยุติธรรม
==>21.อย่าให้ปัญหาของเราทำให้คนอื่นเขาเบื่อหน่าย
           ถ้ามีคนมาถามเราว่า"เป็นอย่างไรบ้างตอนนี้" ให้ตอบไปเลยว่า "สบายมาก"
==>22.อย่าพูดว่ามีเวลาไม่พอ เพราะเวลาที่คุณมีมันก็วันละ 24 ชั่วโมง เท่าๆกัน
==>23.เป็นคนใจกล้าและเด็ดเดี่ยว เมื่อคุณมองกลับไปที่อดีต
            เราจะเสียใจในสิ่งที่เราอยากทำแต่ไม่ได้ทำ มากกว่าเสียใจในสิ่งที่ทำไปแล้ว
==>24.ประเมินตนเองด้วยมาตรฐานของตนเอง ไม่ใช่ด้วยมาตรฐานของคนอื่น
==>25.จริงจังและเขี่ยวเข็ญตนเอง  แต่อ่อนโยนและผ่อนปรนต่อผู้อื่น
==>26.อย่าระดมสมอง เพราะไอเดียดีๆใหม่ๆและยิ่งใหญ่จนเปลี่ยนแปลงโลกได้
            จากบุคคลที่คิดค้นเพียงคนเดียวทั้งสิ้น
==>27.คงไว้ซึ่งความเป็นคนเปิดเผย อ่อนโยนและอยากรู้อยากเห็น (ไม่ใช่สอดรู้สอดเห็น)
==>28.ให้ความนับถือกับทุกคนที่ทำงานเลี้ยงชีพ ไม่ว่างานนั้นจะกระจอกงอกง่อยสักแค่ไหน
==>29.คำนึงถึงการมีชีวิตที่"กว้างขวาง" มากกว่าชีวิตให้ "ยืนยาว"
==>30.มีมารยาทและอดทนต่อคนที่สูงวัยเสมอ

          และนี่ก็เป็น 30 วิธีที่เราสามารถจะนำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตได้และสามารถส่งผ่านความสุขจากตัวเราสู่คนอื่นได้ด้วยนะคะ